บทนำ
โมลีมองว่าชวินบุตรเป็นผู้ชายที่อ่อนแอ (ต่อหน้าคนอื่น)
เขาชอบทำตัวให้คนรอบข้างสงสาร แต่พออยู่กับเธอ... คำว่าร้ายกาจยังน้อยไปด้วยซ้ำ
เขามีปมแหละ กับชีวิตอดีตที่มันช่างขืนข่มนัก
แต่เดี๋ยวสิ ทำไมต้องเอาอารมณ์ร้าย ๆ มาลงกับเธอทุกอย่างล่ะ
ดีกับเธอบ้างมันจะเป็นไร?
บท 1
“วินด์ไหวแน่นะลูก? ความจริงไม่ไปก็ได้นะ ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”
พู่กลิ่นเอ่ยถามลูกชายคนโตที่นอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงกว้าง ขณะที่เธอเองกำลังเดินไปเดินมาเพื่อเปิดม่านให้แสงสว่างภายนอกลอดผ่านเข้ามาสาดส่อง จากนั้นก็เดินวนปิดโคมไฟที่ลูกชายเปิดนอนทั้งคืนให้ดับไป
ชวินบุตรคิดตามคนเป็นแม่ ระหว่างนั้นดวงตากลมโตก็จับจ้องไปยังเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กดำสนิทที่แขวนรออยู่ที่ตู้เสื้อผ้า เฝ้ามองด้วยสายตาที่พิจารณา อีกทั้งยังต้องสำรวจถึงความรู้สึกข้างใน
ถามว่าไหวไหม? ก็คงไหว... แค่อาจจะยังไม่เคยชินเท่านั้น เพราะอันที่จริงเขาก็ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานแบบนี้ หากนับตั้งแต่คนคนนั้นจากโลกนี้ไป ก็กินเวลาหลายปีอยู่เหมือนกัน
“ว่าไง... อยู่บ้านก็ได้นะ เดี๋ยวแม่บอกเจ้าภาพให้” คนเป็นแม่เดินไปหย่อนกายลงข้างเตียง ระหว่างนั้นก็จับมือของลูกชายขึ้นมา ลูบไล้อยู่นานกว่าจะได้คำตอบที่เปล่งมาจากปาก
“ไหวครับ วินด์อยากไปแสดงความเสียใจกับลุงจอม...” อีกอย่างก็อยากรู้ด้วยว่าเขาจะสามารถผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้หรือไม่ “อีกครึ่งชั่วโมงเดี๋ยววินด์ลงไป แม่ให้น้องกินข้าวก่อนได้เลยนะ เพราะวินด์คงไม่กิน”
หรืออีกแง่หนึ่งก็คือกินไม่ลงแล้วล่ะ เพียงแค่คิดว่าต้องไปร่วมงานศพที่วัด ก้อนอะไรบางอย่างก็ลอยขึ้นมาจุกที่คอหอย อยากร้องไห้ออกมาแต่ก็ร้องไม่ออก เพราะรู้ตัวว่าไม่มีเรื่องราวให้ต้องเสียใจ ไม่ใช่เรื่องของตัวเองสักหน่อย และเขาก็ไม่ควรคิดโยงไปถึงเรื่องของคนคนนั้น
ซึ่งพู่กลิ่นก็ได้แต่ถอนหายใจและส่งยิ้มเซียว ๆ ให้ลูกชายสุดที่รัก ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องนอนใหญ่ ทิ้งให้ชายหนุ่มวัยสามสิบนอนนิ่งมองเพดานอยู่สักพัก
เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจของตัวเองให้กลับมา และสะกดจิตสะกดใจ ว่าเขาต้องทำได้ ต้องทำได้
ต้องผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ มันก็แค่ยากหน่อยเท่านั้นเอง
แต่ก็ไม่ได้... เพราะหลังจากที่เดินเข้ามาร่วมงานพิธีฌาปนกิจศพของภรรยาของลุงจอม นั่งได้ไม่นาน ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ชวินบุตรก็เริ่มมีอาการหายใจติดขัด จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้องหันซ้ายมองขวาเพื่อหาที่ทางที่จะดึงสติของตัวเองออกมา
แล้วเขาก็เห็นต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไป ใต้ร่มเงาของต้นไม้มีโต๊ะหินอ่อนให้นั่ง และประเด็นสำคัญคือลับสายตาจากชาวบ้าน เช่นนั้นแล้ว ชายหนุ่มจึงหาช่องทาง พอเห็นแล้วก็กระซิบบอกน้องสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ให้รับทราบ ยังไม่ทันที่เรนนี่จะได้ตอบกลับ ร่างสูงของพี่ชายคนโตก็เดินลิ่วไปเสียแล้ว
ด้านพู่กลิ่นที่นั่งเคียงข้างกับสามีอย่างชวินทร์ กว่าจะรู้ตัวว่าลูกชายเดินออกไปก็ตอนที่เห็นตัวสูง ๆ โย่ง ๆ ของเขาเดินไปไกลลิบ ซึ่งคนที่กำลังนั่งอยู่ในพิธีก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาระบายความหนักใจ จะเดินออกไปตามก็ตามไม่ได้
แล้วไหนบอกว่าไหวกัน... แบบนี้เขาเรียกไม่ไหวค่ะ
“พู่ดูสิ... เด็กนั่นเข้มแข็งน่าดูเลยนะ”
แล้วจู่ ๆ เสียงของสามีก็ทำให้พู่กลิ่นเลิกสนใจลูกชายคนโต ก่อนจะมองตามสายตาภายใต้กรอบแว่นของชวินทร์ แล้วได้พบกับลูกสาวของน้าจอม ที่กำลังยืนหยัดให้พี่ชายหรือน้องชายของเธอก็ไม่ทราบ โอบกอดเอวจากด้านหลัง ซบหน้ากับไหล่บางและหลับหูหลับตาร้องไห้
ส่วนตัวเองกลับมีใบหน้าที่เรียบเฉย แปลกไปกว่านั้นคือมีรอยยิ้มที่แสดงออกถึงความสบายใจ ในขณะที่มือเล็ก ๆ ก็ตบเบา ๆ ไปที่มือใหญ่ของคนที่โอบกอดไว้ เป็นจังหวะที่พู่กลิ่นรู้ดีว่ามันจะทำให้คนที่เสียขวัญอยู่เย็นลงได้ และเพียงไม่นานความเข้มแข็งของเธอก็แผ่หลาให้คนที่ร้องไห้จะเป็นจะตาย เงยหน้าขึ้นมาปาดน้ำตาและยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง
“มาหลายคืนแล้วก็ยังไม่เห็นแกร้องไห้เลยค่ะ” พู่กลิ่นเองก็ออกความเห็นไป มีน้ำเสียงที่ทึ่งอยู่เหมือนกัน “นึกว่าวันสุดท้ายจะร้องซะอีก แต่แกกลับเข้มแข็งมาก”
“ผมว่าแกคงเข้าใจ ว่าแม่อยู่ก็ทรมาน... บางทีการจากไปอาจเป็นหนทางที่ดีกว่า”
คงจะจริงอย่างนั้น เป็นอย่างที่ชวินทร์ว่า เพราะนับตั้งแต่วันนั้น วันที่สองสามีภรรยาย้ายออกจากบ้านไป และเหลือเพียงน้าจอมที่ทำงานให้พู่กลิ่นคนเดียวเท่านั้น คุณนายของบ้านก็มีโอกาสได้ช่วยเหลืออยู่บ้าง ถึงรู้ว่าอดีตแม่บ้าน ภรรยาของน้าจอม ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังช่วยกันประคับประคอง จนอยู่รอดมาหลายปีดีดัก หากคนที่มองเห็น ไม่ว่าจะเป็นสามี ลูก หรือแม้แต่คนที่ไปเยี่ยมเยียนเป็นครั้งเป็นคราวอย่างเธอ ต่างก็รู้ว่า ณ ช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่มีแต่คนป่วยคนเดียว ที่รับรู้ได้ถึงความทรมาน
ซึ่งในความเป็นจริง มันก็คงเป็นอย่างที่ชวินทร์พูด อย่างที่เด็กคนนั้นเข้าใจ เพราะการมีชีวิตที่ต้องทนทุกข์อยู่กับความเจ็บปวดที่แก้ไม่หาย หนทางที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นการหยุดหายใจ จากโลกนี้ไปอย่างสงบต่างหาก
“คงจะดี... ถ้าวินด์เข้มแข็งได้อย่างนี้บ้าง” ที่สุดแล้วต่อให้พูดถึงเรื่องของคนอื่น พู่กลิ่นก็ยังอดไม่ได้ที่จะคิดถึงลูกชาย เพราะสิ่งที่พูดมาทั้งหมด เหตุและผลทุกอย่าง ดูเหมือนว่าชวินบุตรจะยังไม่เข้าใจ
ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไร เขาก็ยัง ‘จม’ อยู่กับเรื่องนั้นไม่หาย ซึ่งมันทำให้แม่อย่างเธอหนักใจเหลือเกิน เฝ้าถามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ว่า ‘ใครหนอ?’ ที่จะทำให้สุดที่รักของเธอ กลับมาเป็นตัวเองได้อีกครั้ง
‘ใครกัน?’... ที่จะฉุดรั้งเขาขึ้นมาจากลมหายใจของตัวเอง แล้วใครกัน ที่จะทำให้คำว่าไม่เป็นไรของลูก หมายถึงไม่เป็นไรจริง ๆ ไม่ใช่เพียงลมปากที่เปล่งออกมาเพื่อให้พ่อแม่ได้สบายใจ
“เวลาจะช่วยลูกเอง” ... ซึ่งชวินทร์ก็ได้แต่ปลอบใจภรรยา
มือใหญ่เอื้อมไปกุมมือเล็กไว้ ราวกับต้องการถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันและกัน และมาลุ้นกันว่าชวินบุตรต้องใช้เวลาอีกสักเท่าไร ถึงจะกระชากจิตวิญญาณของตัวเอง กลับมาเป็นคนเดิมของพ่อแม่อีกครั้ง
บทล่าสุด
#125 บทที่ 125 บทส่งท้าย 3
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#124 บทที่ 124 บทส่งท้าย 2
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#123 บทที่ 123 บทส่งท้าย 1
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#122 บทที่ 122 ผมรักคุณ 4
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#121 บทที่ 121 ผมรักคุณ 3
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#120 บทที่ 120 ผมรักคุณ 2
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#119 บทที่ 119 ผมรักคุณ 1
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#118 บทที่ 118 ปลดล็อก 3
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#117 บทที่ 117 ปลดล็อก 2
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026#116 บทที่ 116 ปลดล็อก 1
อัปเดตล่าสุด: 5/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!













